คหปคนินท์ บาบ๋าสมรส

" วิวาห์บาบ๋าภูเก็ต "


    สำหรับพิธีแต่งงานในปัจจุบัน โดยทั่วไปจะมีพิธีการที่ไม่แตกต่างกันมากนัก อย่างแต่งงานแบบไทยจะมีการจัดพิธีการในช่วงเช้า ผสมผสานกับรูปแบบงานเลี้ยงในแบบฉบับของชาวตะวันตกในช่วงเย็น แต่นอกจากประเพณีแต่งงานที่คุ้นเคยกันอยู่แล้ว ยังมีประเพณีแต่งงานที่เป็นเอกลักษณ์ในแต่ละท้องถิ่นอีกด้วย 

   เนื่องจากในช่วงสมัยรัชกาลที่ 1 มีการอพยพของชาวจีนมายังประเทศไทยเป็นอย่างมาก เพราะประเทศจีนในช่วงนั้นมีความไม่สงบทางการเมือง และภาวะสงครามที่ก่อให้เกิดความอดอยากแร้นแค้น  ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่อพยพมานั้นจะเป็นชายหนุ่มและเด็กหนุ่มที่ยังไม่มีครอบครัว โดยบางคนก็ได้มาสร้างครอบครัวใหม่กับคนท้องถิ่น ทำให้เกิดคำว่า "บาบ๋า" คือ ลูกชาวจีน และคำว่า "เพอรานากัน" เป็นคำมาเลย์ แปลว่า "เด็กที่เกิดในท้องถิ่น" เป็นที่มาของคำว่า บาบ๋า หรือ เพอรานากัน หมายถึง ลูกหลานที่สืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษชาวจีนและคนท้องถิ่น ที่อาศัยอยู่ในภูเก็ตมาเป็นเวลานาน

   ประเพณีการแต่งงานบาบ๋า หรือ ประเพณีวิวาห์บาบ๋า ย่าย๋า เพอรานากัน เป็นการแต่งงานแบบจีนในภูเก็ต ที่สืบทอดกันมากว่า 100 ปี และยังเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของชาวภูเก็ตเชื้อสายจีน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสืบทอดประเพณีโบราณ รวมทั้งเป็นการให้เกียรติแก่ฝ่ายเจ้าสาวและครอบครัว ให้มีความมั่นใจในตัวเจ้าบ่าวที่จะสามารถดูแลเจ้าสาวอย่างมีความสุขด้วยการทาบทาม สู่ขอ หมั้นหมาย หรือที่เรียกว่า "ผ่างเต๋" คือ การเชิญญาติผู้ใหญ่จิบน้ำชา และ "เวียนสาดเวียนหมอน" คือ พิธีส่งตัวบ่าวสาวเข้าห้องนอน โดยมี "อึ่มหลาง" หรือ "แม่สื่อ" และ "แม่การ" เป็นผู้ดำเนินพิธีการต่าง ๆ ให้ เพราะในสมัยก่อนคู่สมรสมักไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน จนกว่าจะถึงวันแต่งกัน

" การอนุรักษ์พิธีวิวาห์บาบ๋า "
   ประเพณีวิวาห์บาบ๋าของชาวภูเก็ตมีมานาน 150 ปี ดังนั้นเราที่เป็นชาวภูเก็ตควรรักษาพิธีวิวาห์แบบนี้ให้อยู่คู่กับจังหวัดภูเก็ตให้นานเท่านานชั่วรุ่นลูกรุ่นหลาน เพื่อได้ให้คนรุ่นหลังสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามแบบนี้ให้ดีขึ้นไป ทั้งการทำพิธี การแต่งชุดวิวาห์ของบ่าวสาวที่ต่างจากปัจจุบันที่นิยมแต่งชุดแต่งงานแบบสมบูรณืแบบเพราะคำนึงแต่ความสะดวกรวดเร็วจึงละทิ้งประเพณีอันดีงาม อาจทำให้พิธีวิวาห์ของชาวภูเก็ตสูญหายไปตามกาลเวลา


จัดทำโดย : นางสาวสวรรยา กัวถิ้ว นักศึกษาสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ 591 เลขที่ 40

ความคิดเห็น